หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะดับทุกข์  (อ่าน 34772 ครั้ง)
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #75 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:32:53 PM »

4


* 1224805959.jpg (75.05 KB, 484x700 - ดู 274 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #76 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:33:24 PM »

5


* 1224805974.jpg (72.25 KB, 480x700 - ดู 272 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #77 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:33:52 PM »

6


* 1224805990.jpg (77.44 KB, 482x700 - ดู 273 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #78 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:34:29 PM »

7


* 1224806008.jpg (80.92 KB, 478x700 - ดู 270 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #79 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:34:53 PM »

8


* 1224806023.jpg (74.55 KB, 481x700 - ดู 269 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #80 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:35:18 PM »

9


* 1224806039.jpg (77.56 KB, 483x700 - ดู 274 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #81 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 04:35:40 PM »

10


* 1224806055.jpg (68.85 KB, 483x700 - ดู 276 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Shane..The Pig
v.i.p
โซไซตี้ พันธุ์แท้
******
กระทู้: 4328


- มีอารมณ์แค่เพียงมาเสพ มองทะเลมองฟ้า จนพอใจ -


« ตอบ #82 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 01:55:30 AM »

เป็นการ์ตูนยังลึกซึ้ง ขอบคุณครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า

หมูน้อยในป่าใหญ่™ 
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #83 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 03:29:47 AM »

ด้วยความยินดีครับหมูน้อย  ยิ้มกว้างๆ

ส่วนหนึ่งผมก็ถือโอกาสเตือนตัวเองไปด้วย (รูปที่10)  ยิ้มกว้างๆ

บันทึกการเข้า
เอก ขาวดำ
โซไซตี้ พันธุ์แท้
*****
กระทู้: 2346



« ตอบ #84 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 03:44:44 AM »

..ขอบคุณครับสำหรับแสงสว่างที่ช่วยนำทางชีวิต  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Bearish D.
คนนี้รุ่นจิ๋ว 100 กระทู้
**
กระทู้: 142


« ตอบ #85 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 06:05:12 AM »

ภควัทคีตา  บทเพลงแห่งองค์ภควัน

(สมภาร พรมทา แปลและเรียบเรียง)
       
         
        บทที่หนึ่ง

ราชาฤตราษฎร์ตรัสถามว่า
สัญชัย!  เมื่อกองทหารของเรากับกองทัพฝ่ายปาณฑพเผชิญหน้ากัน ณ ทุ่งราบกุรุเกษตร พวกเขาได้ทำอะไรกันบ้าง
สัญชัยกราบทูลว่า
เมื่อทุรโยธน์ทอดพระเนตรเห็นกองทัพปาณฑพเตรียมพร้อมอยู่กลางสนามรบก็เสด็จเข้าไปหาอาจารญ์โทรณะพลางรับสั่งว่า
ดูนั่นเถิดท่านอาจารย์!  กองทัพมหึมาของราชบุตรวงศ์ปาณฑุ พวกเขาจัดกระบวนทัพตามแบบบุตรแห่งทรุบท
(หมายถึงธฤษฏทยุมัน โอรสของราชาทรุบทแห่งแคว้นปาญจาละ-ผู้แปล) ท่านอาจารย์! นับว่าศิษย์ของท่านฉลาดมากทีเดียว
ในกองทัพนั้นมีผู้กล้าในเชิงธนูเสมอด้วยภีมะและอรชุนอยู่หลายคน นั่นคือยุยุธาน, วิราฏและทรุบทนักรบผู้ยิ่งใหญ่
และนั่น!  ธฤษฏเกตุกับเจกิตานและกษัตริย์นักรบผู้กล้าแห่งแคว้นกาศี ส่วนนั่น!  ปุรุชิต, กุนติโภชและไศพยะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจอมแห่งคน
และนั่น!  ยุธามันยุผู้เข้มแข็งกับอุตตเมาช์ผู้กล้าหาญ บุตรของนางสุภัทรา (หมายถึงอภิมันยุ โอรสของอรชุนที่เกิดจากนางสุภัทรา-ผู้แปล) 
ล้วนแล้วแต่เป็นยอดแห่งนักรบ
ท่านอาจารย์!  สำหรับแม่ทัพและนายทหารที่กร้าวแกร่งและมีฝีมือเป็นเลิศของฝ่ายเรานั้น  มีรายนามดังข้าพเจ้าจะเรียนให้ทราบดังนี้
คนแรกก็คือท่านอาจารย์เอง คนต่อมาคือภีษมะ, กรณะ และกฤปะ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนามมาต่างก็เคยผ่านสมรภูมิรบและได้รับชัยมาแล้วอย่างโชกโชนทั้งสิ้น
และนั่น!  อัศวัตถามา, วิกรณะกับบุตรของโสมทัตต์
นอกแต่นั้นยังมีนักรบผู้กล้าหาญที่พร้อมจะสละชีพเพื่อข้าพเจ้าอีกนับอนันต์ พวกเขามีอาวุธครบครันบริบูรณ์ และทุกคนต่างก็ชำนาญเป็นเลิศในการยุทธทั้งสิ้น
รี้พลของฝ่ายเราภายใต้การนำของภีษมะมีจำนวนมหาศาล ส่วนไพร่พลของฝ่ายโน้นที่ภีมะบัญชาทัพอยู่ดูจะเบาบางกว่าฝ่ายเรา
มาเถิดท่านทั้งหลาย!  มาช่วยกันสนับสนุนภีษมะแม่ทัพกล้าของฝ่ายเรา!  ผู้ใดอยู่ในตำแหน่งใดก็ขอให้ตั้งมั่นในตำแหน่งของตนเถิด!
ฝ่ายภีษมะนักรบผู้เฒ่าแห่งวงศ์กุรุ เพื่อจะยังความฮึกเหิมให้เกิดทุรโยธน์ จึงบันลือสีหนาทกึกก้องแล้วเป่าสังข์เสียงหวีดกังวาน
ทันใดนั้น บรรดาสังข์, กลอง, บัณเฑาะว์, กลองศึกและเขาสัตว์ก็กระหึ่งเสียงประสานรับอื้ออึง
และทันทีที่ยุทธมโหรีกระหึ่งก้อง กฤษณะกับอรชุนซึ่งนั่งอยู่บนรถศึกเทียมด้วยม้าสีขาวก็ยกสังข์อันไพเราะ ประหนึ่งสังขทิพยของตนขึ้นเป่า
กฤษณะเป่าสังข์ปาญจชันยะ อรชุนเป่าสังข์เทวทัตตะ ส่วนภีษมะเป่ามหาสังข์เปาณฑระ
ยุธิษฐิระเป่าสังข์อนันตวิชัย นกุละเป่าสังข์สุโฆษ ส่วนสหเทพนั้นเป่าสังชื่อมณีบุษบก
ราชาแห่งแคว้นกาศีผู้เชี่ยวชาญเป็นเลิศในศิลปะการยิงธนูก็ดี ศิขัณฑีผู้เป็นจอมแห่งนักรบทั้งหลายก็ดี ธฤษฏทยุมันและวิราฏ
พร้อมทั้งสาตยกิผู้ไม่เคยพ่ายใครทั้งสามนี้ก็ดี
ทุรบทก็ดี บุตรของนางเทราปทีทั้งห้าก็ดี บุตรของนางสุภัทราก็ดี ทั้งหมดต่างเป่าสังข์ของตนเสียงดังอึงอลทั่วทั้งสนามรบ
ยุทธมโหรีนั้นกึกก้องไปทั่วแผ่นดินและผืนฟ้า ยังหทัยของเหล่าราชบุตรแห่งธฤตราษฎรราชาระรัวสั่นด้วยเพลงสงครามนั้น
ข้างฝ่ายอรชุนเมื่อมองเห็นทัพของฝ่ายเการพประชิตเข้ามาจวนเจียนจะปะทะกันด้วยอาวุธเช่นนั้น ก็ยกธนูขึ้นสายเตรียมท่าจะยิง
 แล้วอรชุนก็หันไปตรัสกับกฤษณะผู้ทำหน้าที่สารถีว่า
นี่แนะสหาย! โปรดเคลื่อนรถของเราให้เข้าไปอยู่ระหว่างกองทหารทั้งสองฝ่ายทีเถิด
เพื่อว่าเราจะได้เห็นพวกกระหายสงครามเหล่านั้นได้ชัดเจนและจะได้รู้ว่าใครกันที่เราจะสัประยุทธ์ด้วยในมหาสงครามครั้งนี้
เราอยากจะดูว่าใครบ้างมารวมกันอยู่ที่นั่นเพื่อสนับสนุนทุรโยธน์ผู้ใจบาป
เมื่ออรชุนกล่าวเช่นนั้น กฤษณะก็เคลื่อนรถศึกเข้าไปหยุดอยู่ระหว่างกองทัพทั้งสอง
เบื้องหน้าของอรชุนยามนั้นคือภีษมะ, โทรณาจารย์ พร้อมเหล่าราชวงค์และขุนศึกฝ่ายเการพ
แล้วกฤษณะก็ตรัสแก่อรชุนว่า
ดูนั่นอรชุน! จงดูวงค์กุรุที่มาชุมนุมกันอยู่ข้างหน้านั่น!
อรชุนเห็นภาพเช่นนั้นก็พลันบังเกิดความสะเทือนใจอย่างแรง ลั่นวาจาออกมาว่า
กฤษณะ! เราได้เห็นญาติพี่น้องที่มาชุมนุมกันด้วยความกระหายอยากในการเข่นฆ่าแล้ว!
แขนขาของเราอ่อนล้าเหลือเกิน ปากของเราแห้งผาก ตัวเราสั่น ขนตามตัวของเราลุกชันด้วยความสยดสยอง
นั่น! คาณฑีวะธนูศึกของเราร่วงจากมือเราแล้ว ตัวเราร้อนผ่าวไปหมดแล้ว เราจวนเจียนจะทรงกายอยู่ไม่ไหวแล้ว หัวใจเรามันจะหยุดเต้นแล้วเพื่อนเอ๋ย
กฤษณะ! เรามองเห็นลางร้ายเสียแล้วเวลานี้ มันจะม่เป็นนิมิตร้ายได้อย่างไรเล่าในเมื่อญาติพี่น้องพากันยกทัพมาเพื่อเข่นฆ่ากันเองเช่นนี้
กฤษณะเอ๋ย! เราไม่ต้องการชัยชนะ ไม่ต้องการความเป็นเจ้า หรือความสุขที่ต้องแลกมาด้วยเลือด จะมีประโยชน์ใดเล่ากับสิ่งเหล่านี้หรือแม้แต่ชีวิต
มิใช่เพราะความกระหายอยากในราชทรัพย์ ความมั่งคั่ง และความสุขดอกหรือที่พี่น้องร่วมสายเลือดต้องหันหน้าเข้าเข่นฆ่ากันอยู่เวลานี้
นั่นครูของเรา! นั่นบิดาเรา! นั่นบุตรของเรา! นั่นปู่เรา! นั่นลุงของเรา! นั่นพ่อตาเรา! นั่นหลานเรา! นั่นน้องเขาของเรา! และนั่นก็ล้วนแต่ญาติมิตรของเราทั้งสิ้น!
เราถึงจะถูกเข่นฆ่าก็ไม่ปรารถนาจะทำร้ายพี่น้องร่วมสายเลือด ต่อให้เอาสมบัติในไตรโลกมาเป็นรางวัล ก็อย่างหมายว่า
เราจะยอมเอาเลือดของพี่น้องเข้าละเลงแลกมา
ฆ่าฟันพี่น้อง จะมีความสุขใดตามมาหรือ จะมีก็แต่ผลกรรม อันเป็นบาปเท่านั้นตามติดเราไป
อย่างนี้แล้ว เรายังจะคิดประหัตประหารกันและกันอยู่หรือ บอกหน่อยซิสหาย! หากเราฆ่าพี่น้องของเราด้วยมือเราแล้ว เรายังจะมีสุขอยู่หรือ!
เวลานี้พี่น้องเราถูกความละโมบเข้าบดบังดวงตา ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมองไม่เห็นโทษของการทำลายวงศ์ตระกุลและญาติมิตร
แต่เราสิสหาย เรานั้นเห็นโทษภัยดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง ก็ไฉนเราจึงไม่เลี่ยงจากบาปนั้นเล่า
การทำลายวงศ์สกุลก็เท่ากับการทำลายกุลธรรมอันมีมาแต่โบราณและเมื่อธรรมถูกย่ำยี มีหรือที่อธรรมจะไม่ครอบงำวงค์ตระกูลนั้น
เมื่ออธรรมเติบใหญ่ สตรีในตระกูลก็จะพากันเลวลง เมื่อสตรีเลวลง วรรณะก็ย่อมจะพลอยมัวหมอง
ผู้ทำให้วรรณะมัวหมองย่อมไม่พ้นจากนรก แม้กระทั่งบรรพบุรุษของคนผู้นั้นที่ล่วงลับไปแล้วก็ต้องพลอยลำบากเพราะไม่มีผู้คอยอุทิศข้าวและน้ำไปให้ในปรภพ
อนึ่งเล่า การที่วรรณะมัวหมองก็เท่ากับเป็นการทำลายชาติธรรมและกุลธรรมให้พินาศ
กฤษณะ! เราเคยฟังมาว่ามนุษย์ผู้มีกุลธรรมอันพินาศแล้วย่อมทนทุกข์อยู่ในขุมนรกตราบชั่วนิรันดร์
โอ! นี่มิใช่บาปมหันต์ดอกหรือที่เราจะมาฆ่าฟันญาติพี่น้องเพื่อแย่งชิงกันเสวยสุขในราชสมบัติ
หากว่าราชบุตรเการพสามารถสังหารเราผู้ไม่คิดตอบโต้และปราศจากอาวุธในมือได้ เราจะไม่เสียใจอันใดเลย!
เมื่ออรชุนกล่าวจบก็ทรุดตัวนั่งลงบนรถศึก ทิ้งธนูและลูกศรออกไป หทัยท่วมท้นด้วยความโศกสะเทือน


บทที่สอง-สิบเก้า    http://agaligohome.fix.gs/index.php?board=62.0


   
                 

บันทึกการเข้า
OPO..Ronnie FC
v.i.p
โซไซตี้ พันธุ์แท้
******
กระทู้: 8797


เราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง แต่จงศรัทธาในสิ่งที่ทำ


« ตอบ #86 เมื่อ: เมษายน 22, 2012, 06:59:41 AM »

คำสอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

“ดูก่อน ท่านทั้งหลาย ทางสองสาย คือ กามสุขัลลิกานุโยค คือการหมกหมุ่นด้วยกามสุข สายหนึ่ง และอัตตกิลมถานุโยค คือการทรมานกายให้ลำบากเปล่า สายหนึ่ง อันผู้หวังความเจริญในธรรม พึงละเว้นเสีย ควรเดินทางสายกลาง คือเดินตามอริยมรรค มีองค์ 8 คือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ การพูดชอบ การกระทำชอบ การประกอบอาชีพในทางสุจริต ความพยายามในทางที่ชอบ การตั้งสติชอบ และการทำสมาธิชอบ”
“ดูก่อน ท่านทั้งหลาย ความทุกข์เป็นความจริงประการหนึ่ง ที่ชีวิตทุกชีวิต จะต้องประสบบ้างไม่มากก็น้อย ความทุกข์ที่กล่าวนี้ มีอะไรบ้าง”
“ท่านทั้งหลาย ความเกิดเป็นความทุกข์ ความแก่ ความเจ็บ และความตายนั้น ก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากบุคคลหรือสิ่งของอันเป็นที่รัก ความต้องประสบกับบุคคลหรือสิ่งของ อันไม่เป็นที่พอใจ ปรารถนาอะไร ไม่ได้ดั่งใจ ทั้งหมดนี้ เป็นความทุกข์ที่บุคคลต้องประสบทั้งสิ้น เมื่อกล่าวโดยสรุป การยึดมั่นในขันธ์ 5 ด้วยตัณหาอุปาทานนั่นเอง เป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่”
“ท่านทั้งหลาย เราตถาคตกล่าวว่า ความทุกข์ทั้งมวล ย่อมสืบเนื่องมาจากเหตุ ก็อะไรเล่าเป็นเหตุแห่งทุกข์นั้น เรากล่าวว่า ตัณหานั้นเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ตัณหาคือความทะยานอยาก ดิ้นรน ซึ่งมีลักษณะเป็น 3 คือดิ้นรนอยากได้อารมณ์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนา เรียกว่า กามตัณหาอย่างหนึ่ง ดิ้นรนอยากเป็นนั่นเป็นนี่ เรียกว่าภวตัณหาอย่างหนึ่ง ดิ้นรนอยากผลักสิ่งที่มีแล้ว เป็นแล้ว เรียกว่า วิภาวะตัณหาอย่างหนึ่ง นี่แหละคือสาเหตุแห่งทุกข์ขั้นมูลฐาน”
“ท่านทั้งหลาย การสละคืน โดยไม่เหลือ ซึ่งตัณหาประเภทต่างๆ ดับตัณหา คลายตัณหา โดยสิ้นเชิงนั่นแล ที่เราเรียกว่า นิโรธ คือความดับทุกข์ได้ ทางที่จะดับทุกข์ ดับตัณหานั้น เราตถาคตแสดงไว้แล้ว คืออริยมรรคมีองค์ 8 ท่านทั้งหลาย จงมีธรรมะเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่งเลย เราตถาคตเอง เป็นที่พึ่งแก่ท่านทั้งหลายไม่ได้ ตถาคตเป็นแค่เพียงผู้ชี้บอกทาง เท่านั้น ส่วนความเพียรพยายาม เพื่อเผาบาปอกุศล ท่านทั้งหลายต้องทำเอง ทาง มีอยู่ เราชี้แล้ว บอกแล้ว ท่านทั้งหลาย ต้องเดินเอง”

พระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่เจาะจงเทศน์โปรดภิกษุณีโกกิลา ก่อนที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด จากเรื่องความรักความร้าย ระหว่างพระอานนท์กับนางโกกิลา

เจริญธรรม...

ขอขอบคุณ http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B0/134730336589921
บันทึกการเข้า

OPO..Ronnie FC
v.i.p
โซไซตี้ พันธุ์แท้
******
กระทู้: 8797


เราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง แต่จงศรัทธาในสิ่งที่ทำ


« ตอบ #87 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 11:33:16 AM »

ขอร่วม อนุโมทนาบุญกับ ทรู วิชั่น ด้วยครับ สำหรับ รายการดีดี แบบนี้ ขออนุญาตเผยแพร่ ครับ

http://www.trueplookpanya.com/truelittlemonk/
บันทึกการเข้า

Shane..The Pig
v.i.p
โซไซตี้ พันธุ์แท้
******
กระทู้: 4328


- มีอารมณ์แค่เพียงมาเสพ มองทะเลมองฟ้า จนพอใจ -


« ตอบ #88 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 04:52:26 PM »

ขออนุโมทนากับเณรน้อยทั้ง9รูปด้วยครับ
บันทึกการเข้า

หมูน้อยในป่าใหญ่™ 
Shane..The Pig
v.i.p
โซไซตี้ พันธุ์แท้
******
กระทู้: 4328


- มีอารมณ์แค่เพียงมาเสพ มองทะเลมองฟ้า จนพอใจ -


« ตอบ #89 เมื่อ: เมษายน 28, 2012, 07:42:59 AM »

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม พุทธทาสภิกขุ (27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 – 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536) เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค แต่แล้วท่านพุทธทาสภิกขุก็พบว่าสังคมพระพุทธศาสนาแบบที่เป็นอยู่ในขณะนั้นแปดเปื้อนเบือนบิดไปมาก และไม่อาจทำให้เข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาได้เลย ท่านจึงตัดสินใจหันหลังกลับมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านอีกครั้ง พร้อมปวารณาตนเองเป็น พุทธทาส เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด ตลอดเวลาที่ดำรงสมณเพศ ท่านพุทธทาสภิกขุตั้งใจศึกษาพระปริยัติอย่างแน่วแน่ พร้อมตั้งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และวัตรเหล่านี้เองที่ทำให้ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยกิจทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างยากยิ่งที่จะหาพระภิกษุรูปใดเสมอเหมือน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=FVeZbGHReBQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=FVeZbGHReBQ</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=_TwwN5klZEk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=_TwwN5klZEk</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=OESuJhpbcM4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=OESuJhpbcM4</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=luqXS78HuIk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=luqXS78HuIk</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=IOtLr295yr4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=IOtLr295yr4</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=jU0g6IVPInw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=jU0g6IVPInw</a>

เครดิต : ปัจจัยดอทคอม

ปล.เด็ก9ขวบ ภาษาธรรมฉะฉานมาก
บันทึกการเข้า

หมูน้อยในป่าใหญ่™ 
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: